
กระบอกน้ำสกรีนโลโก้ใบเดียวทำหน้าที่แทนนามบัตรได้ไหม?
นามบัตรช่วยบอกว่าเราเป็นใครและติดต่อได้อย่างไร แต่หลังจากแลกกันแล้ว หลายใบอาจถูกเก็บไว้ในกระเป๋าหรือลิ้นชัก แล้วถ้าเปลี่ยนข้อมูลของแบรนด์ให้ไปอยู่บนสิ่งของที่คนหยิบใช้ทุกวันล่ะ?
นี่คืออีกมุมที่น่าสนใจของ กระบอกน้ำสกรีนโลโก้ เพราะนอกจากเป็นของใช้แล้ว ยังสามารถช่วยสร้างการจดจำ และพาผู้รับกลับมายังช่องทางออนไลน์ของธุรกิจได้ หากออกแบบอย่างเหมาะสม
จากของแจก สู่สิ่งที่ช่วยให้คนจำแบรนด์
ลองนึกภาพว่าได้รับนามบัตรหนึ่งใบกับกระบอกน้ำหนึ่งใบ หลังผ่านไปหนึ่งเดือน อะไรมีโอกาสยังวางอยู่บนโต๊ะทำงาน?
จุดแข็งของกระบอกน้ำคือประโยชน์ใช้สอย หากดีไซน์เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ผู้รับอาจพกไปทำงาน ประชุม อย่างเช่นกระบอกน้ำสแตนเลส ออกกำลังกาย อย่างกระบอกน้ำกีฬา หรือการเดินทาง ทำให้ชื่อ สี และสัญลักษณ์ของแบรนด์มีโอกาสถูกพบเห็นซ้ำโดยธรรมชาติ
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ “แจกอะไรดี?” แต่ควรถามว่า “แจกอะไรแล้วคนอยากใช้ต่อ?”
อยากให้ทำหน้าที่คล้ายนามบัตร ต้องมีอะไรบ้าง?
การใส่โลโก้ขนาดใหญ่ไม่ได้หมายความว่าคนจะจำแบรนด์ได้เสมอไป หากต้องการให้ กระบอกน้ำสกรีนโลโก้ มีบทบาทมากกว่าของที่ระลึก ลองพิจารณา 4 เรื่อง
1. โลโก้ต้องจำง่าย
เลือกขนาดและตำแหน่งให้เข้ากับรูปทรง
2. ข้อความต้องสั้น
ใช้ Tagline หรือข้อความที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์
3. มีช่องทางไปต่อ
เช่น เว็บไซต์ Social Media หรือ QR Code
4. ดีไซน์ต้องน่าใช้
เพราะถ้าไม่ถูกหยิบใช้ โอกาสที่แบรนด์จะถูกเห็นก็ลดลง
แนวคิดคือทำให้ข้อมูลพอดี ไม่เปลี่ยนของใช้ให้กลายเป็นป้ายโฆษณาขนาดย่อม
QR Code ช่วยเชื่อมกระบอกน้ำกับโลกออนไลน์
แทนที่จะใส่เบอร์โทร เว็บไซต์ LINE และข้อมูลหลายบรรทัด QR Code สามารถช่วยลดความแน่นของดีไซน์ และพาคนไปยังข้อมูลที่ต้องการได้ เช่น
• Company Profile หรือ Portfolio
• แคตตาล็อกสินค้า
• LINE Official Account
• Landing Page
• หน้าลงทะเบียนกิจกรรม
ควรมีข้อความกำกับสั้น ๆ อย่าง “ดูผลงานของเรา” หรือ “เปิดข้อมูลเพิ่มเติม” เพื่อให้ผู้รับรู้ว่าสแกนแล้วจะพบอะไร
ก่อนผลิตจำนวนมากควรทดลองสแกนจากสินค้าตัวอย่างจริง เพราะความโค้ง สีพื้น ขนาด และตำแหน่งของ QR Code อาจส่งผลต่อการอ่านโค้ด
อย่าใส่ทุกอย่างเพียงเพราะมีพื้นที่
ข้อผิดพลาดที่พบได้ง่ายคือพยายามใส่ทั้งโลโก้ เบอร์โทร เว็บไซต์ สโลแกน และรายละเอียดบริการทั้งหมดลงบนสินค้า
ลองแบ่งข้อมูลออกเป็น 3 ระดับแทน
• อยากให้จำ: ชื่อหรือโลโก้
• อยากให้เข้าใจ: ข้อความสั้นเกี่ยวกับแบรนด์
• อยากให้ทำต่อ: เว็บไซต์หรือ QR Code
พื้นที่ว่างไม่ใช่พื้นที่เสียเปล่า เพราะช่วยให้สิ่งสำคัญโดดเด่นขึ้น และทำให้สินค้าดูน่าใช้มากกว่าของโฆษณา
ใช้ไอเดียนี้กับงานแบบไหนได้บ้าง?
งานสัมมนาและอีเวนต์ สามารถเชื่อม QR Code ไปยังข้อมูลหลังจบงาน ขณะที่ งานออกบูธ อาจใช้เป็นของที่ผู้เข้าชมพกกลับพร้อมช่องทางติดต่อ
สำหรับ Welcome Kit สามารถใช้สีและข้อความขององค์กรสร้างประสบการณ์ให้พนักงานใหม่ ส่วน ของขวัญลูกค้าและคู่ค้า อาจเน้นดีไซน์เรียบ ใช้งานง่าย และมี Branding แบบพอดี หรือกิ๊ฟเซ็ทกระบอกน้ำ
อีกแนวทางคือทำเป็น Event Edition ใส่ชื่องาน ปี หรือ Artwork เฉพาะกิจ ทำให้ของแจกมีเรื่องราวและแตกต่างจากรุ่นทั่วไป
เคล็ดลับง่าย ๆ ก่อนสั่งผลิตจำนวนมาก
ก่อนถามว่า “ควรสกรีนโลโก้ใหญ่แค่ไหน?” ลองเปลี่ยนคำถามเป็น
“ทำอย่างไรให้คนอยากถือกระบอกใบนี้ออกไปข้างนอก?”
เพราะต่อให้โลโก้สวยเพียงใด ถ้าสินค้าไม่ถูกใช้งานก็ยากที่จะสร้างการมองเห็น
ก่อนเลือก กระบอกน้ำสกรีนโลโก้ จึงควรพิจารณารูปทรง น้ำหนัก ขนาด ฝาปิด สี และความสะดวกในการพกพาให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
มีอีกคำถามที่ใช้ทดสอบไอเดียได้ดีคือ “ถ้าเอาโลโก้ออก เรายังอยากใช้ใบนี้ไหม?” ถ้าคำตอบคือใช่ แสดงว่าตัวสินค้ามีคุณค่าในฐานะของใช้ก่อนที่จะเพิ่ม Branding เข้าไป
แล้วกระบอกน้ำแทนนามบัตรได้จริงไหม?
คำตอบคือ แทนได้บางหน้าที่ แต่ไม่จำเป็นต้องแทนทั้งหมด
นามบัตรเหมาะกับการแลกชื่อ ตำแหน่ง เบอร์โทร และอีเมลอย่างรวดเร็ว ส่วนกระบอกน้ำมีข้อได้เปรียบตรงที่อาจอยู่กับผู้รับหลังจากการพบกันสิ้นสุดลงแล้ว
พูดง่าย ๆ คือ นามบัตรตอบว่า “ติดต่อเราอย่างไร” ขณะที่ของใช้ที่ออกแบบดีช่วยให้คน “ยังจำได้ว่าเคยเจอแบรนด์นี้”
ธุรกิจจึงสามารถใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน หรือใช้ QR Code เชื่อมไปยัง Company Profile, Portfolio และช่องทางติดต่อ เพื่อให้ผู้รับเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องใส่ทุกอย่างลงบนสินค้า
ของที่คนอยากใช้ มีโอกาสพาแบรนด์ไปได้ไกลกว่า
หัวใจสำคัญไม่ใช่การทำให้ กระบอกน้ำสกรีนโลโก้ กลายเป็นนามบัตรรูปแบบใหม่ แต่คือการมองของพรีเมียมเป็น Brand Touchpoint ที่มีประโยชน์จริง
หากสินค้าเหมาะกับผู้รับ ดีไซน์น่าใช้ และมีช่องทางเชื่อมกลับมายังธุรกิจ ของหนึ่งชิ้นก็อาจช่วยต่อบทสนทนาระหว่างลูกค้ากับแบรนด์หลังจากงานอีเวนต์หรือการพบกันจบไปแล้ว
แนวคิดและข้อมูลประกอบจากผู้เชี่ยวชาญ
แนวคิดด้าน Brand Identity และ Brand Equity ในบทความนี้อ้างอิงองค์ความรู้ของ David A. Aaker ศาสตราจารย์กิตติคุณแห่ง Haas School of Business, University of California, Berkeley ผู้มีผลงานสำคัญด้านการบริหารแบรนด์และได้รับการบรรจุเข้าสู่ American Marketing Association Hall of Fame ในปี 2015 โดยบทความนำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์กับบริบทของของพรีเมียม ไม่ใช่คำแนะนำโดยตรงจาก Aaker
• ต่อยอดกระบอกน้ำให้เข้ากับภาพลักษณ์แบรนด์ของคุณ
หากกำลังมองหาไอเดียสำหรับองค์กร ลองดูรูปแบบและรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อนำไปต่อยอดให้เข้ากับแบรนด์ของคุณได้ที่ https://bottle-perfect.com/
บทความนี้เรียบเรียงโดย
บทความนี้เรียบเรียงโดย จิรารัตน์ พรมดม
ตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด
Line: 
